วันนี้ตื่นเช้ากว่าเมื่อวาน เพราะวันนี้ต้องเดินทางไกลกว่าเยอะเลย แถม shinkansen ไปไม่ถึงอีกต่างหาก
วันนี้แม่กับคุณยายจะไปเที่ยว Nara เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นอีกเมืองนึง
ต่อรถไฟสองต่อแบบไม่ยุ่งยาก ชั่วโมงกว่าๆก็ถึง Nara แล้ว
เมืองนี้แตกต่างกับโอซาก้าและเกียวโตมากๆเลย สงบ คนน้อย เงียบสุดๆ อาจจะเพราะยังเช้าอยู่ด้วยมั้งนะลูก

สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือ กวาง ดังนั้นทุกสิ่งอย่างตั้งแต่แถวรอขึ้นรถไฟจากโอซาก้ามาจนถึงประตูรถเมล์ในเมืองนี้เลยเป็นรูปกวางไปหมด
กวางคือ messanger of god ดังนั้นจึงเป็นสัตว์ที่ห้ามถูกทำร้ายหรือรังแกเลย
เยอะมากขนาดให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวนสัตว์เปิดเลยอะลูก เพราะไม่ส่าจะไปกี่สวนสัตว์เปิด กวางจะเยอะที่สุดเสมออะ
มาถึงนาราก็ใช้การเดินทางโดยรถเมล์เหมือนเคย แต่ไม่ได้ซื้อบัตรอะไรพิเศษเพราะเมืองนี้เดินถึงกันได้
วันนี้โปรแกรมไม่แน่นเลย เดินได้แค่ไหนก็ดูแค่นั้น แต่ที่ๆต้องไปคือวัดใหญ่ หรือ Todaiji Temple

ลงจากรถเมล์ก็มีป้ายบอกชัดเจน ยังไงก็ไม่หลง เพราะเที่ยวเองมาสามวันยังไม่หลงเลย อิอิ
เดินไปเรื่อยๆ ตามทางก็เจอกวางไปเรื่อยๆ ร้านขายของขายขนมเยอะไปหมด เดินไปถ่ายรูปไป
วัดนี้ใหญ่และกว้างจริงๆเลย เจอคนไทยเยอะมากๆด้วยส่วนใหญ่มากับกรุ๊ปทัวร์แทบทั้งนั้น
ซื้อบัตรตามธรรมเนียมแล้วก็เดินเข้าไปชมวัดกัน
พระองค์ใหญ่ดูศักดิ์สิทธิ์มากๆเลย เดินวนๆชมในวัดไปก็รู้สึกสงบไปในตัว แปลกดี
เดินวนมาจนจะออก ก็เจอเสาต้นนึงที่มีต่อแถวกันยาวเลย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆกับคนตัวเล็กๆ
เค้ามีความเชื่ออะไรสักอย่างว่ารูเล็กๆแบบนี้ไม่ว่าคนตัวเล็กหรือตัวใหญ่ยังไงก็รอดได้ทุกคน
หรือไม่ก็ถ้ารอดรูนี้ได้ชีวิตจะยืนยาวเจริญรุ่งเรืองอะไรประมาณนี้แหละลูก

แม่กับคุณยายยืนดูดูนาน จนได้เจอคนตัวใหญ่ๆมารอดมั่ง อืมมม ดีนะที่แม่ไม่ได้ไปรอดกับเค้าด้วย
เพราะมันไม่ง่ายเลยที่คนตัวใหญ่ๆจะรอดผ่านออกมาได้อะ ไม่งั้นต้องได้ลงข่าวหน้าหนึ่งที่โน่นแน่ๆว่า
คนไทยตัวอ้วนมาติดเสาที่นารา!!! คงจะน่าขายหน้าพิลึกอะ อิอิ
ก่อนนอกจากวัด คุณยายก็โดนสูบเงินจากร้านขายของที่ระลึกอีกตามเคย!!!
ตอนแรกกะจะเดินไปอีกวัดใน Nara Park นั่นแหละ แต่พอเดินไปได้สักพักเริ่มไม่ไหว
วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน แล้วคุณยายก็ดูเหนื่อยมากๆด้วย เราเลยตัดออกไปเกือบหมดที่ต้องเดินไกลๆ
แต่ด้วยความที่มาถึงเมืองนี้แล้ว เลยขอแวะอีกสักวัดก่อนกลับก็แล้วกันเนอะ

Kofukuji Temple เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้วยนะ จริงๆแล้วที่นารานี่วัดเกือบทุกวัดเป็นมรดกโลกเกือบหมดแล้ว
จุดเด่นของที่นี่คือสถูปห้าชั้น ก็ไปไหว้พระ เดินดูรอบๆสักพักก็กลับโอซาก้ากันเลย คุณยายไม่ไหวแล้วจริงๆ เอิ้กเอิ้ก
กลับมาถึงโอซาก้าก็แวะแถว Umeda เดินห้างดูอะไรนิดหน่อย คนเยอะล้านแปดเลย
คุณยายที่กำลังเหนื่อยมากถึงกับวีนแตก เดินไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ขอกลับโรงแรมเลย
แถมเย็นนี้แพลนที่จะไปเดินเล่นกินปูยักษ์ที่ Dontonbori ถึงกัลบยกเลิกไปเลยล่ะ อันนี้แม่แอบเซ็งมากถึงมากที่สุด
ด้วยความที่แม่ไม่ยอมแน่ๆที่จะเสียเที่ยว งั้นแม่ไปคนเดียวก็ได้!!!
คุณยายออกแนวเป็นห่วงกลัวหลง กลัวไม่ปลอดภัย แต่แม่คิดว่าเรื่องหลงตัดไปได้เลย เตรียมการมาอย่างดีไม่หลงแน่ๆ
แล้วเรื่องไม่ปลอดภัยนี่ยิ่งไม่ต้องกังวล เราอยู่ในประเทศที่ปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยนะ!
ไม่ง้อ ไปเองได้ อิอิ แต่ก็ออกตื่นเต้นๆเหมือนกันนะ 55+ ขึ้นรถไฟไปหลายต่อเหมือนกัน แล้วก็เดินตามป้ายไป
และแล้วก็มาถึงจนได้ Dontonbori

แสงสีสดใส คนไทยเยอะมาก ของขายเพียบ เดินเล่นพักใหญ่ๆ แต่ไม่ได้กินอะไรสักอย่าง
ตอนเดินกลับก็ชื่นชมทางไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ

แล้วก็กลับมาถึงชินโอซาก้าโดยปลอดภัย ซื้อขนมและชูครีมไปฝากคุณยาย แล้วก็ซื้อยานอนหลับไปกินเองด้วย ><"

ไม่มีเจ้านี่คงไม่ได้นอนหลับเป็นตายได้ทุกคืนขนาดนี้ อีกตัวช่วยนึง เหอเหอ
พรุ่งนี้จะออกเดินทางเข้าโตเกียวแล้ว หวังว่าอากาศคงโปร่งใส คงโชคดีได้เห็น Fuji-san นะจ๊ะ
i hope so นะ
Bye bye Kansai area แล้วนะ ถ้ามีโอกาสคงได้กลับมาใหม่แน่นอนนนนนนนน